
เลิกคาดเดาเวลาในการอบแห้งได้แล้ว!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องทำงานโดยอาศัยการคาดเดาเท่านั้น คือกำหนดความเร็วของสายพาน หวังว่าหลอดไฟจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหวังว่าชิ้นส่วนต่างๆ จะไม่ถูกอบไม่สมบูรณ์ มันเป็นวิธีการทำงานที่น่าเครียดมาก
แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะมีหลอดไฟที่สามารถ “สื่อสาร” กับเราได้จริงๆ นั่นคือระบบ IoT ที่สามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการทำงานของหลอดไฟได้แบบเรียลไทม์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปคอยตรวจสอบด้วยตัวเอง
การเปลี่ยนความร้อนให้กลายเป็นข้อมูล
พูดตามตรงนะ… หลอด IR แบบมาตรฐานนั้นค่อนข้างง่ายมาก มันก็แค่รับพลังงาน แล้วก็ร้อนขึ้นเท่านั้นเอง ปัญหาคือ เมื่อหลอดไฟเสียหายหรือแรงดันไฟลดลง เรามักจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเห็นชิ้นส่วนที่เสียหายแล้วเท่านั้น นั่นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก
แต่เมื่อเราใส่เซ็นเซอร์และโมดูลการสื่อสารเข้าไปในตัวหลอดไฟ เราก็จะสามารถตรวจสอบอุณหภูมิของพื้นผิวและกระแสไฟได้ขณะที่เครื่องยังทำงานอยู่ ไม่จำเป็นต้องหยุดการทำงานเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิอีกต่อไป
ข้อเสีย (เพราะมักจะมีอยู่เสมอ)
การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาไว้ใกล้กับบริเวณที่มีความร้อนสูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คุณไม่สามารถเอาชิป Wi-Fi มาติดไว้บนหลอดควอตซ์แล้วก็เสร็จได้หรอก
เราต้องใช้วิธีการอื่นเพื่อปกป้องเซ็นเซอร์จากความร้อน และต้องมีอุปกรณ์สำหรับส่งข้อมูลจากระยะไกลด้วย เพื่อไม่ให้เซ็นเซอร์เสียหายทันทีที่เปิดใช้งาน และนี่ก็คือข้อเสีย… ยิ่งมีเซ็นเซอร์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่อุปกรณ์จะเสียหายมากขึ้นเท่านั้น คุณจึงต้องมีระเบียบในการบำรุงรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นกว่าเดิม
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยีนี้
เมื่อหลอดไฟสามารถสื่อสารกับเราได้ การคาดเดาก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
ลองนึกภาพว่ามีบริเวณหนึ่งในเตาอบที่มีประสิทธิภาพลดลง 10% แทนที่จะรู้ตัวหลังจากผ่านไปสามชั่วโมง ระบบก็จะแจ้งเตือนทันที คุณก็สามารถปรับความเร็วของสายพานได้ทันที เพื่อชดเชยปัญหานั้น และคุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการทิ้งชิ้นส่วนที่เสียหายไปได้
นี่จะทำให้บันทึกการอบแห้งกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์จริงๆ แทนที่จะเป็นเพียงบันทึกที่น่าเบื่อ คุณก็จะสามารถใช้มันเพื่อตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วนได้ก่อนที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะออกมาจากเตาอบเลย